RSS Feed

‘Casino online’ Category

  1. ครีมพอกหน้าสูตรธรรมชาติ

    May 9, 2012 by ClubzD

    ผิวสวย

     

    ครีมพอกหน้าสูตรธรรมชาติ

    วันนี้เราขอแนะเคล็ดลับวิธีพอกหน้าด้วยสูตรธรรมชาติแบบง่าย ๆ เอาใจสาวผิวสวย…

    สิ่งที่ต้องเตรียมมีดังต่อไปนี้ สตอร์เบอรี่ 2 ลูก, แตงกวาผ่าครึ่ง 1 ซีก, น้ำมะนาว 1 ช้อนชา, น้ำขิงสด ควรคั้นเอากรากออก

    วิธีทำ นำส่วนผสมทั้งหมดมาเทรวมกันลงในเครื่องปั่น ปั่นจนละเอียด แล้วนำมาพอกให้ทั่วใบหน้า ยกเว้นบริเวณรอบดวงตา ทิ้งไว้ประมาณ 10-15 นาที ซึ่งบางครั้งอาจรู้สึกแสบนิดๆ จากนั้นล้างออกด้วยน้ำสะอาด

    เพียงเท่านี้ คุณก็จะมีผิวหน้าที่สวยใสอยู่เสมอ…

     


  2. ปลอบประโลมขาด้วยแอสไพริน

    May 9, 2012 by ClubzD

    ผิวสวย

     

    ปลอบประโลมขาด้วยแอสไพริน

    เพื่อเยียวยาอาหารระคายเคืองจากการโกนหรือแว็กซ์ขนขา ลองใช้ตำรับปลอมประโลมผิวด้วยแอสไพรินของเรา

    ทำได้โดย บดแอสไพรินสองเม็ดให้ละเอียด แล้วนำไปละลายกับน้ำกลั่น 1/4 ถ้วยตวง และเติมกลีเซอรีนลงไปสามหยด (กลีเซอรีนจะช่วยทำให้ยาแอสไพรินละลายได้ดีขึ้น แถมยังช่วยเก็บกักความชุ่มชื้นไว้ในผิวด้วย) คนส่วนผสมจนแอสไพรินละลาย แล้วใช้ก้อนสำลีชุบส่วนผสมทาบนขาหลังการโกนหรือแว็กซ์ขน

     


  3. 6 ขั้นตอน บริหารใบหน้าอย่างไร ให้ดูน่ามอง

    May 9, 2012 by ClubzD

    ผิวสวย

     

    6 Steps for Facial Exercise บริหารใบหน้าอย่างไร ให้ดูน่ามอง

    เอาล่ะค่ะ สาว ๆ… คุณไม่จำเป็นต้องเสียเงินเสียทองมากมายไปกับการทำเบเบี้เฟซหรือซื้อครีมบำรุงผิวหน้าแบรนด์เนมอีกต่อไป เพราะวันนี้เนเน่มีวิธีออกกำลังกายเสริมความแข็งแรงบนใบหน้าให้เรียบเนียน สดใสจนหนุ่มน้อยหนุ่มใหญ่ต้องเหลียวมองไม่เชื่อเหรอ…ลองทำตาม 6 คำแนะนำดี ๆ จากกูรูความงาม ที่จะช่วยเพิ่มเสน่ห์บนใบหน้าให้คุณได้ง่ายๆ สวยแบบนี้ล่ะ อินสุด ๆ

    แครอล แมกจิโอ ผู้เชี่ยวชาญด้านการดูแลผิวพรรณกล่าวไว้ในหนังสือติดอันดับขายดีของเธอที่ชื่อ The New Facercise ว่าคนเราเมื่ออายุมากขึ้น สิ่งต่อไปนี้ก็จะเกิดตามมา

    คิ้วตก เกิดจากการที่กล้ามเนื้อรอบดวงตาอ่อนแอลง จึงทำให้พื้นที่ได้คิ้วหย่อนยาน
    เปลือกตาหย่อน เป็นความจริงของชีวิตที่โชคร้ายที่การผ่าตัดเปลือกตาเป็นศัลยกรรมพลาสติกที่ได้รับความนิยมมากที่สุดเป็นอันดับ 3
    แก้มตอบ กรรมพันธุ์ อายุ และแรงโน้มถ่วงเป็นตัวการร่วมที่ทำให้แก้มยุบและแบนลง
    จมูกโตผิดรูป เกิดร่องที่ข้างจมูก ไม่ต่างอะไรกับจมูกพิน็อกคิโอ จมูกของเราโตขึ้นเรื่อย ๆ
    รอยย่นที่ปาก เมื่ออายุมากขึ้น ผิวที่ปากและบริเวณรอบปากเริ่มบางและย่น ความเครียด การสูบบุหรี่ แสงแดด และการแสดงสีหน้าล้วนเป็นตัวการสำคัญ
    ขากรรไกรหย่อนยานและ/หรือคางสองชั้น กรามและคางเริ่มหย่อนยาน กล้ามเนื้อบริเวณดังกล่าวสูญเสียความกระชับและแข็งแรง เมื่ออายุเข้าวัย 30
    ลำคอเหี่ยวย่น เกิดจากการถูกแดดมากเกินไปและ/หรือขาดการออกกำลังกาย รวมถึงอายุที่เพิ่มมากขึ้น
    แล้วอะไรคือทางแก้ที่แครอลแนะนำ เธอเชื่อว่าการออกกำลังกายที่ถูกออกแบบมาเป็นพิเศษเพื่อส่งผลโดยตรงกับกล้ามเนื้อใบหน้าจะช่วยคุณดูดีขึ้น ผิวหน้าเนียนเรียบในเวลาไม่นาน ริมฝีปากก็ยังอิ่มเอิบแดงระเรื่อ จมูกกลับเข้ารูปบริเวณขากรรไกรดูกระชับ ใบหน้าโดยรวมเปล่งปลั่ง สดใส

    ออกกำลังกายให้ใบหน้า

    ผู้เชี่ยวชาญหลายต่อหลายคนพยายามชี้ให้เราเห็นถึงประโยชน์ของการบริหารกล้ามเนื้อใบหน้า

    “การกระชับกล้ามเนื้อใบหน้าเพื่อให้ใบหน้าได้รูปทำได้ง่ายๆ โดยการบริหารกล้ามเนื้อใบหน้าทุกวัน แล้วคุณจะรู้สึกได้ถึงความแตกต่างภายในระยะเวลาสั้นๆ” บาร์บารา เคอร์รี่ ผู้เชี่ยวชาญด้านโยคะที่มีชื่อเสียงกล่าว

    บาร์ติ วาส นักบำบัดด้านความงามและสุขภาพชั้นนำเห็นด้วย เธอเชื่อว่าขณะที่เราไม่สามารถแก้ไขโครงสร้างกระดูก แต่เราทำให้กล้ามเนื้อใบหน้ากระชับแข็งแรงได้ “การบริหารกล้ามเนื้อไม่เพียงจะทำให้ใบหน้าตึงกระชับเปล่งปลั่ง และอ่อนเยาว์ แต่ยังช่วยให้คุณรู้สึกดีขึ้นด้วย” เธอบอก “โดยกระตุ้นให้ร่างกายผลิตสารเคมีแห่งความสุขตามธรรมชาติที่เรียกว่าเอนดอร์ฟินออกมา”

    ต่อไปนี้คือท่าบริหารที่ผู้เชี่ยวชาญเลือกสรรมาให้คุณได้ลองทำดู แต่ก็อย่าลืมบำรุงดูแลผิวร่วมด้วย เพราะการบริหารใบหน้าร่วมกับการดูแลถนอมผิวจะช่วยให้คุณดูอ่อนเยาว์ตลอดกาล

    1. ในหน้าเรียวขึ้น แครอล แมกจิโอแนะว่า :

    อ้าปากแล้วห่อริมฝีปากคร่อมฟันหน้าไว้
    ดึงมุมปากไปทางฟันหลังและห่อปากให้แน่น
    ทีนี้ให้นึกภาพซีกหน้าด้านข้างของคุณเคลื่อนช้าๆ ผ่านขากรรไกรขึ้นไปข้างบนศีรษะ
    พยายามดันพลังที่อยู่ในจิตนี้ไปตามใบหน้าด้านข้าง กระทั่งรู้สึกถึงความร้อนผ่าว ค้างไว้ในท่านี้ขณะนับ 1-30 จากนั้นทำตัวตามสบาย ทำซ้ำวันละ 2 ครั้ง

    2. กระชับคางและลำคอ แครอลแมกจิโอแนะนำว่า :

    นั่งตัวตรง เชิดคางสูง
    หุบปากให้สนิทและฉีกยิ้ม
    วางมือลงตรงฐานลำคอเหนือไหปลาร้าทั้งสองข้างแล้วดึงผิวหนังลำคอเบาๆ เอนศีรษะไปข้างหลังปล่อยคอตามสบาย คุณจะรู้สึกได้ว่ากล้ามเนื้อคางและลำคอถูกรั้ง
    เอนศีรษะกลับสู่จุดเดิม ทำท่านี้ 35 ครั้ง จะช่วยให้ลำคอกระชับไม่เหี่ยวย่น

    “การลดน้ำหนักก็ส่งผลเสียต่อผิวเช่นกัน หากคุณอายุ 40 ปีขึ้นไป และลดน้ำหนัก 6-12 กิโลกรัมขึ้นไป คุณจะเห็นรอยย่นที่คอของตัวเองอย่างชัดเจน เช่นเดียวกับแรงโน้มถ่วงที่มีผลทำให้ผิวหย่อนยาน”

    3A. กระชับขากรรไกร 1. บาร์บารา เคอร์รี่แนะนำว่า :

    ฉีกยิ้มให้กว้างที่สุดเท่าที่จะทำได้คล้ายการแสยะยิ้ม
    หงายศีรษะไปด้านหลังขณะที่ยังฉีกยิ้มอยู่ ค่อยเปิดปากและปิดปากช้าๆ 3 ครั้ง รับรองเห็นผลและช่วยกระชับขากรรไกรไม่ให้หย่อนยาน

    3B. กระชับขากรรไกร 2. “บางคนไม่มีคางสองชั้น แต่มีแอ่งข้างลำคอและย่นตรงกลางที่เรียกว่า คอย่น” บาร์บารากล่าว “ต่อไปนี้คือสุดยอดวิธีบริหารขากรรไกรที่จะช่วยต่อสู้กับปัญหาดังกล่าว”

    นั่งตัวตรง หายใจเข้าลึกๆ ค่อย ๆ หงายศีรษะไปด้านหลัง
    ตอนนี้ให้หายใจออก ดึงริมฝีปากล่างขึ้นมาในทิศทางเดียวกับจมูก
    ทำท่านี้ค้างไว้นับ 1-5 กลับสู่ท่าเดิมและผ่อนคลาย
    ทำซ้ำ 3 ครั้ง

    4. กำจัดรอยย่นที่หน้าผาก “นี่คือวิธีออกกำลังกายหน้าผากที่ได้ผล” บาร์บาราบอก “ช่วยกำจัดรอยย่นที่เกิดจากความเครียด ทำให้หน้าผากเนียนเรียบ”

    หลับตาและหายใจเข้าลึกๆ ผ่อนคลายหน้าผากโดยทำคิ้วต่ำ ๆ
    เอามือข้างหนึ่งวางทับบนมืออีกข้าง เอานิ้วมือสอดเข้าหากัน ใช้ปลายนิ้วนวดเบา ๆ จากบนคิ้วขึ้นไปหาเนินผม
    หายใจเข้าลึกๆ ขณะหายใจออก ให้ใช้นิ้วค่อย ๆ นวดคลึงตามรอยย่นจากกลางหน้าผากออกไปหาขมับ
    ทำซ้ำช้าๆ 7 ครั้ง

    5. กระชับแก้ม “วิธีบริหารด้วยการยิ้มจะช่วยยกกระชับแก้มและช่วยยกมุมปากขึ้น” บาร์ติกล่าวไว้ในหนังสือ Bharti Vyas’s Fabulous ของเธอ

    ฉีกยิ้มกว้างๆ พยายามฝืนตัวเองให้ฉีกยิ้มกว้างออกไปอีกกระทั่งคิ้วเลิกสูงขึ้น
    ใช้ปลายนิ้วดึงมุมปากทั้งสองข้างขึ้นไปทางใบหู
    ผ่อนคลายกล้ามเนื้อใบหน้า
    ทำซ้ำ 10 ครั้ง

    6. กระชับเปลือกตาหย่อนยาน

    ท่านี้ทำได้ทั้งตอนนั่งหรือนอนราบ
    วางนิ้วชี้ทั้งสองกดบนหน้าผากบริเวณเหนือคิ้ว
    ขณะทำให้เลิกคิ้วขึ้น จากนั้นลดคิ้วลง ทำซ้ำ 10 ครั้ง
    จากนั้นให้เลิกคิ้วขึ้นค้างไว้ ขณะที่นิ้วชี้ทั้งสองก็ยังกดบนหน้าผากอยู่ ทำค้างไว้นับ 1-30 จากนั้นลดคิ้วลงและเอามือออก ใช้นิ้วนวดวนบริเวณหน้าผากเพื่อผ่อนคลายกล้ามเนื้อ

     


  4. มหาวิทยาลัยแฮมเบอร์เกอร์

    October 8, 2011 by ClubzD

     

     

    โจว เสี่ยวผู วิ่งจากโต๊ะหนึ่งไปอีกโต๊ะหนึ่งเพื่อต่อสัญลักษณ์วงโค้งสีเหลือง ระหว่างเข้าร่วมหลักสูตรการฝึกความเป็นผู้นำสำหรับผู้จัดการของแมคโดนัลด์

    ที่มหาวิทยาลัยแฮมเบอร์เกอร์ของแมคโดนัลด์ในจีน ซึ่งอาจเข้ายากกว่ามหาวิทยาลัยชื่อดังอย่างฮาร์วาร์ดของสหรัฐเสียอีกด้วยซ้ำชั้นเรียนของโจวเป็น 1 ใน 7 ศูนย์ฝึกการบริหารบนชั้น 20 ของอาคารความสูง 28 ชั้นชานเมืองเซี่ยงไฮ้ อันเป็นที่ตั้งสำนักงานใหญ่ของแมคโดนัลด์ ไชน่า

    พื้นที่ขนาด 1,565 ตารางเมตรแห่งนี้ไม่มีสระว่ายน้ำหรือโรงยิม แต่มีห้องสมุดที่เต็มไปด้วยหนังสืออย่าง “Just Listen”, “Personal Accountability” และ “None Of Us Is As Good As All Of Us: How McDonald’s Prospers By Embracing Inclusion and Diversity.”

    โจวบอกว่าดีใจและภูมิใจมากที่ได้เข้าเรียนมหาวิทยาลัยแฮมเบอร์เกอร์ โจวเริ่มต้นจากการเป็นผู้บริหารฝึกหัดที่เมืองฉางซา หลังจากได้รับเลือกจากผู้สมัคร 1,000 คน ซึ่งอัตราดังกล่าวคิดเป็นไม่ถึง 1 เปอร์เซ็นต์ หรือต่ำกว่าอัตราการรับนักศึกษาของมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดเมื่อปีที่แล้ว ซึ่งอยู่ที่ 7 เปอร์เซ็นต์

    ก่อนได้เข้าศูนย์ฝึกแห่งนี้ โจวต้องแข่งขันกับพนักงานคนอื่นอีก 43 คนที่สาขาเดียวกันเพื่อให้ได้รับเลือกเป็นผู้ช่วยผู้จัดการ อันนับว่าคุ้มค่าเพราะเธอไม่ต้องจ่ายค่าเรียนเอง แต่แมคโดนัลด์รับผิดชอบค่าใช้จ่ายส่วนนี้ เป็นจำนวน 10,000 หยวนตลอดเวลา 5 วัน

    การได้รับเลือกเข้าศูนย์ฝึกนับเป็นงานหินที่ต้องฝ่าฟันการแข่งขัน เพราะมากกว่า 26 เปอร์เซ็นต์ ของบัณฑิต 6.3 ล้านคนในจีน ไม่มีงานทำ ทั้งนี้จากสถิติของกระทรวงศึกษาธิการเมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม ปีที่แล้ว ขณะที่อัตราว่างงานสำหรับแรงงานในเมืองของจีนนั้นอยู่ที่ 4.2 เปอร์เซ็นต์

    ขณะเดียวกัน บริษัทต่างๆ ก็เผชิญต้นทุนค่าแรงที่สูงขึ้นในจีน ซึ่งมีการขยายตัวทางเศรษฐกิจเฉลี่ยปีละ 10 เปอร์เซ็นต์ ในช่วง 3 ทศวรรษที่ผ่านมา ขณะที่ค่าแรงเฉลี่ยในเมืองของจีนพุ่งเป็น 32,244 หยวนเมื่อปี 2552 จาก 8,319 หยวนเมื่อปี 2542

    อีกคนหนึ่งที่เข้ารับการฝึกในมหาวิทยาลัยแฮมเบอร์เกอร์ คือ ซัน หยิง วัย 25 ปี ซึ่งเริ่มทำงานล่วงเวลาที่แมคโดนัลด์เมื่อ ปี 2548 ในช่วงเป็นนักศึกษาปี1 สาขาวิชาเอกบริหารการท่องเที่ยว มหาวิทยาลัยอีสต์ไชนา นอร์แมน และเมื่อสำเร็จการศึกษาในปี 2551 เธอก็เลือกทำงานเต็มเวลากับแมคโดนัลด์ แทนที่จะไปสมัครงานตามธนาคารอย่างที่บิดาแนะนำ

    “งานที่ร้านอาหารมีโอกาสก้าวหน้าในอาชีพการงานมากกว่า” ซันให้เหตุผล ซึ่งคงเป็นเช่นนั้นจริง เพราะเมื่อเดือนเมษายน ปีที่แล้ว เธอเพิ่งได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้จัดการร้านสาขาซินหัวเหลียน ซึ่งอยู่บนถนนฮวยไห่ ใจกลางนครเซี่ยงไฮ้

    “การที่ฉันได้เติบโตร่วมกับทีมงาน ทำให้ฉันดีใจยิ่งกว่าได้เลื่อนตำแหน่งเสียอีก” ซันกล่าวอย่างปีติ หลังจากมีลูกทีมเพิ่มขึ้นจาก 45 คนเป็น 55 คน

    • เป้าหมายไม่ใช่ปริญญา

    โจเอล ซิลเวอร์สเตน ประธานบริษัทที่ปรึกษาอีสต์เวสต์ฮอสปิตอลลิตีในฮ่องกง มองว่า มหาวิทยาลัยแฮมเบอร์เกอร์ของแมคโดนัลด์ในเซี่ยงไฮ้ และโครงการฝึกหัดของทางศูนย์ มีเป้าหมายที่การแก้โจทย์อันเป็น “ความท้าทายอันดับ 1″ ของแมคโดนัลด์ นั่นคือการควานหาและรักษาคนงานที่มีทักษะ

    “การจ้างคนงานในธุรกิจให้บริการอาหาร เป็นเรื่องยากมากขึ้นทุกวัน เหตุผลหลักที่แมคโดนัลด์ตั้ง มหาวิทยาลัยแฮมเบอร์เกอร์ ก็เพื่อสร้างมืออาชีพในธุรกิจนี้ และทำให้การควานหาผู้มีฝีมือ เป็นเรื่องที่ทำได้ง่ายขึ้น” ซิลเวอร์สเตน แสดงความเห็น

    ซัน ซึ่งเป็นผู้จัดการร้านในเซี่ยงไฮ้ บอกว่าเธอจะจบหลักสูตรการฝึกอบรมเดือนหน้า ที่มีชื่อว่า “การฝึกความเป็นผู้นำทางธุรกิจ” ซึ่งใช้เวลาฝึก 1 สัปดาห์ เป้าหมายต่อไปของเธอคือเป็นที่ปรึกษาด้านการดำเนินงาน ซึ่งมีหน้าที่ดูแลสาขาจำนวนหนึ่ง

    “ทุกวันนี้พ่อของฉันเลิกพยายามโน้มน้าวให้ฉันไปทำงานธนาคารแล้ว” ซันเล่า

    เมื่อปีที่แล้ว มหาวิทยาลัมแฮมเบอร์เกอร์ให้การฝึกหัดพนักงาน 1,000 คน จากจำนวนเกือบ 70,000 คนของแมคโดนัลด์ใน จีนแผ่นดินใหญ่ ซูซานนา หลี่ หัวหน้าศูนย์ฝึกอบรม กล่าวว่าจะมีพนักงานอีก 4,000 คนเข้ารับการฝึกที่ศูนย์นี้จนถึงปี 2557 และทางศูนย์ก็มีอุปกรณ์เพียบพร้อมเพื่อรองรับผู้ฝึกจากสถานที่ต่างๆ อย่างอุปกรณ์การแปลเป็นภาษาอังกฤษ จีนกลาง และกวางตุ้ง เพื่อรองรับผู้ฝึกจากฮ่องกงและครูจากต่างแดน

    หลี่อธิบายว่าศูนย์ฝึกในนครเซี่ยงไฮ้ของแมคโดนัลด์แตก ต่างจากศูนย์ฝึกใน 6 เมืองทั่วโลก เพราะนำเสนอคอร์สบริหารสำหรับผู้บริหารระดับสูงด้วย ขณะต้นทุนการดูแลศูนย์แห่งนี้ ซึ่งมีครู 7 คน จะอยู่ที่ 150 ล้านหยวนในช่วง 5 ปีถึงปี 2557

    ทั้งนี้ แมคโดนัลด์ตั้งมหาวิทยาลัยแฮมเบอร์เกอร์แห่งแรกที่เอลก์โกรฟวิลเลจ รัฐอิลลินอยส์ เมื่อปี 2504 เพื่อฝึกหัดผู้จัดการ รวมถึงเจ้าของแฟรนไชส์

    “มีความเป็นไปได้อย่างมากที่จะไต่เต้าขึ้นสู่ตำแหน่งงานระดับสูง คนจำนวนมากคิดว่าโดยทั่วไปแล้วงานในสาขาอาหารจานด่วนเป็นทางตัน แต่ในกรณีของแมคโดนัลด์แล้ว พวกเขามีองค์กรมืออาชีพที่แข็งแกร่งมาก” ปีเตอร์ แจนคอฟสกี หัวหน้าคณะเจ้าหน้าที่บริหารโอคบรูก อินเวสต์เมนต์ ซึ่งถือหุ้นแมคโดนัลด์ 300,000 หุ้น ระบุ

    ตัวอย่างในเรื่องนี้เห็นได้จากจิม สกินเนอร์ หัวหน้าคณะเจ้าหน้าที่บริหารแมคโดนัลด์ ซึ่งได้ค่าเหนื่อย 17.6 ล้านดอลลาร์เมื่อปี 2252 และเขาเริ่มต้นจากการเป็นผู้บริหารฝึกหัดเมื่อปี 2514 หลังจากเคยรับราชการอยู่กองทัพเรือ

    การย้ายศูนย์ฝึกจากฮ่องกงของผู้ให้บริการร้านอาหารรายใหญ่ที่สุดในโลก แห่งนี้ ไปยังจีนเมื่อปีที่แล้ว มีขึ้นในช่วงของการขยายธุรกิจเข้าไปในจีนแผ่นดินใหญ่ ซึ่งแมคโดนัลด์มีส่วนแบ่งตลาดน้อยกว่ายัมส์แบรนด์สของเคเอฟซี ดังนั้น แมคโดนัลด์จึงเปิดสาขามากเป็นประวัติการณ์ 165 แห่งเมื่อปีที่แล้ว และจะเร่งอัตราการขยายตัวปีนี้เพื่อให้มีสาขา 1,000 แห่งใน 4 ปี

    ยูโรมอนิเตอร์ บริษัทวิจัยในกรุงลอนดอน เผยว่ายอดขายโดยรวมสำหรับเครือข่ายอาหารจานด่วนในจีนเพิ่มขึ้น 12 เปอร์เซ็นต์ เมื่อปีที่แล้ว เป็น 60,000 ล้านหยวน โดยร้านของยัมส์ ซึ่งประกอบด้วยพิซซาฮัทและเคเอฟซี มีส่วนแบ่ง 40 เปอร์เซ็นต์ ขณะที่แมคโดนัลด์มีส่วนแบ่ง 16 เปอร์เซ็นต์

    แมคโดนัลด์มี สาขา 1,300 แห่งในจีน และตั้งเป้าเพิ่มเป็น 2,000 แห่งภายในปี 2556 ขณะที่ยัมส์มี 3,700 สาขาในจีน ซึ่งทำรายได้ให้ 44 เปอร์เซ็นต์ของรายได้จากการดำเนินงาน 1,330 ล้านดอลลาร์ในช่วง 3 ไตรมาสแรกของปีที่แล้ว

    แมคโดนัลด์มีแผนเพิ่มการลงทุนในจีน 40 เปอร์เซ็นต์ ปีนี้ หลังจากเพิ่มการใช้จ่ายในแดนมังกร 25 เปอร์เซ็นต์ เมื่อปีที่แล้ว โดยยอดขายของสาขาแมคโดนัลด์ใน จีนที่เพิ่งเปิดบริการได้ปีกว่า เพิ่มขึ้น 12.7 เปอร์เซ็นต์ ในช่วง 3 เดือนถึงเดือนกรกฎาคม-กันยายน หรือมากกว่า 2 เท่าของยอดขายเฉลี่ยในโลก ขณะที่ในไตรมาสสิ้นสุดเดือนธันวาคมปีที่แล้ว การเติบโตของยอดขายอยู่ที่ 5.2 เปอร์เซ็นต์ เทียบกับระดับเฉลี่ยของโลกที่ 5 เปอร์เซ็นต์

    อย่างนี้ มีอีกสองสามมหา’ลัยก็ยังไหว

     


  5. อารมณ์เสียที่ผู้หญิงต้องรู้ไว้ผู้ชายต้องซ่อม

    September 17, 2011 by ClubzD

    success3 (1)

    อารมณ์เสียที่ผู้หญิงต้องรู้ไว้ผู้ชายต้องซ่อม

    1. เอาใจกันหน่อย  บอยที่กำลังหงุดหงิด  ก็เหมือนเด็กๆนั้นแหละ  ที่อยากจะให้เกิร์ลน่ารัก  ซักคนมาคอยโอ่อีโอ่เอ่กันนิดหนึ่ง  ว่าบอยอารมณ์ก็เหมือนเด็กที่ยังพูดไม่ได้  ไม่ต้องไปถามว่าหงุดหงิดเรื่องอะไร  เดี๋ยวอยากจะเล่าก็เล่าเอง  แค่เสริร์ฟน้ำนิด  ป้อนหนมหน่อย  ก็จะบรรเทาไปเอง

    2. เฉไฉไปเรื่องอื่น   ถ้าอารมณ์เสียๆ  ของบอยนั้น  เกิดจากการที่ทะเลาะกันอยู่ 2 คน  แล้วเธอนึกขึ้นได้ว่า  มีแฟนดีกว่าไม่มีไม่ควรปล่อยให้บานปลาย  ทำให้บรรยากาศหัวใจหดหู่  ลองทำตัวให้นิ่งๆ  แล้วพูดเรื่องอื่นไปพลางๆ

    3. แสดงว่าเธอแคร์เค้า  แม้ว่าจะไม่ช่วยอะไรในการแก้ปัญหาของบอยได้  แต่คำพูดแบบแสดงความรักเค้า  หรือแสดงเกี่ยวกับอาการ  เกี่ยวก้อยสบตก  ยิ้มหวาน  ช่วยซ่อมให้อารมณ์ที่กำลังเสียให้ดีขึ้นได้

    4.ใช้ชิวิตเธอให้สนุก  เธออยากทำอะไรก็ทำไป  ถ้าเธอทำแล้วมีความสุข  ถึงบอยจะหงุดหิดกับเรื่องอะไรมาแล้วก็ตาม  จะหนักหนาถึงขั้นเข้า ICU ก็ตามแต่เห็นเกิร์ลมีความสุข  ยิ้มด้วย  หัวเราะด้วย  ก็ช่วยซ่อมอารมณ์ให้บอยได้ดีขึ้น  ทำให้เกิดความสบายใจขึ้นได้

    5. ตามใจนิดนึง  ที่บอยหงุดหงิดนั้นอารมร์เสียเพราะมีเรื่อมี่ไม่ได้ดั้งใจ  ถ้าเธอเป็นอย่างเดียวในโลกที่ได้ดั่งใจ  บอยก็น่าจะโอนะ  พอตามใจอะไรได้ก็ช่วยหน่อยนะฮับ  แต่ก็ควรจะอยู่ในลิมิตไม่ต้องตามใจจนสุดขีด  เดี๋ยวจะเป็นฝ่ายเยซะเอง

    แต่ 5 ข้อข้างต้นเธอรู้สึกฝืนมากเกินไป  เจ้าหญิงอย่างเธอลดตังลงมาทำให้ไม่ได้หรอก  บอยแนะนำทางออกให้คือเฉยไว้จะดีกว่า  และถ้าจะให้ดีก็ Stop นิสัยแบบนี้ชั่วคราวนะครับ

    1.อย่าประชด  โอเคว่าเวลาที่บอยอารมณ์บูดอาจจะพูดอะไรไม่เข้าหูเธอบ้าง  แต่ถ้าเธอจะทำเป็นไม่ได้ยินบ้าง  และไม่ประชดประชันต่อให้เรื่องเล็กมันบานปลายใหญ่เกินเหตุ  น่าจะดีทีสุดแล้วล่ะ

    2.อย่าเพิ่งเอาเรื่องใหม่มาใส่หัว  ถ้าเธอรู้สึกว่าตัวเองก็เจอเรื่องที่มาสบอารมณ์  พอหัวมาเห็นหน้าบอยเฟรนด์ก็เหมือนกัน  บอยแนะนำให้อดทนคิดถึงเรื่องเธอไปพลางๆ  ก่อน  อย่าเพิ่งเอามาสุมใส่หัวกัน  เพราะซ่อนอารมณ์กันก็ไม่ได้แถมยังไม่พงกันเข้าไปใหญ่  ชนิดไม่ไหวจะเครมเลยทีเดียว

    3. อย่าเพิ่งช่วยแก้ปัญหา ไม่ได้ศักดิ์ศรีนะ  แต่บางทีจะแก้ปัญหามันต้องอาศัยสมาธิอีกเยอะนิดนึง  บอกตรงๆนะว่าถ้าเกิดไปถาม แบบผู้หญิงของเธอที่ชักไซ้ไล่เลียงถามว่า  ใคร  ทำอะไร  ที่ไหน  ยังไง  เพื่อหวังจะช่วยแก้ปัญหาอ่ะนะ  ถึงบอยจะยังไม่แก่ความรู้สึกว่าสันเลือดในสมองมันจะระเบิด  เพราะงั้นปล่อยไปก่อน

    4.อย่าตัดสิน  โอเคว่าการแก้ปัญหาที่ทำให้หงุดหงิดของบอยอาจจะคิดผิด  คิดอ้อมค้อม  คิดอะไรโง่ๆ  ก็เหอะนะบางครั้งมันก็มีอะไรอย่างที่บอยไม่อาจอธิบายให้เธอเข้าใจได้  เหมือนกับเส้นผมบังภูเขา  บอยหลายคนก็ป็อดไม่น้อยเหมือนกันล่ะ  เพราะฉะนั้น  รอให้เรากล้าแล้วเราจะจัดการปัญหาด้วยตัวเอง  อย่าเพิ่งชี้นำหรือกดดันอะไรทั้งสิ้น

    5.อย่าทอดทิ้งกัน  เวลาหงุดหงิดบอยอาจจะเผลอทำเย็นชาใส่เธอบ้าง  แต่ไม่ได้แปลว่าไม่ต้องการนะ  แค่เธอไม่ทิ้งเธอเค้าให้ห่างจากสายตาแค่นั้นก็พอแล้ว

    จำไว้อย่างหนึ่งบอยที่เธอจะซ่อมได้นั้นต้องเป็นคนที่มีอารมณ์ปกติเท่านั้น  อย่าอารมณ์บ่อยๆ  เดี๋ยวจะไปกันใหญ่

     


  6. เตรียมเสบียงให้พร้อมก่อนลดน้ำหนัก

    September 15, 2011 by ClubzD

     

    สมัยนี้ทางออกของการสลายไขมันสำหรับสาวเจ้าเนื้อมีหลายวิธีไหนให้เหมาะกับตัวเองนั้นต้องดูองค์ประกอบความเป็นไปได้หลายอย่าง  อย่าเพิ่มหลงเชื่อคำโฆษณาจนเกินไป  อย่างไรก็ตาม  ไม่ว่าจะใช้วิธีไหนการควบคุมอาหารนับเป็นส่วนเสริมที่ช่วยให้คุณพิชิตน้ำหนักที่คุณตั้งเป้าไว้ได้ดีที่สุด

    ดังนั้นเรามารู้จักการเลือกเสบียงเตรียมไว้เป้นกองหนุน ก่อนควบคุมอาหารเพื่อให้คุณพิชิตไขมันได้สำเร็จกันก่อนดีกว่า

    ลักษณะของอาหารที่ควรตุนไว้ในช่วงลดน้ำหนัก

    1. อาหารที่มีเส้นใยอาหารสูง

    คุณควรรับประทานอาหารที่มีเส้นใยอาหารอย่างน้อย 5 กรัมต่อมื้อเพราะนอกจากจะทำให้กระเพราะเหลือพื้นที่บรรจุอาหารลดลงแล้ว  ยังเป็นเหมือนเกราะป้องกันขัดขาวงการดูดซึมไขมันได้เป็นอย่างดี  ซึ่งเส้นใยอาหารมีมากในผักและผลไม้  มาดูกันว่าเราควรเตรียมผักหรือผลไม้ชนิดไหนบ้าง  นอกเหมือจากตารางแล้วควรเลือกพริกขี้หนู  มะนาว  ข่า  ตะไคร้  และใบมะกรูด  ติดไว้สำหรับปรุงเมนุได้หลายหลายขึ้น

    ตารางเปรียบเทียบปริมาณอาหารและเส้นใยอาหาร

    ผักและผลไม้ เส้นใยอาหาร(กรัม)
    บรอกโคลี 1 หัว (250 กรัม) 32.0
    ฝรั่งผลกลาง 1 ผล 5.8
    ผักขม 100 กรัม 5.7
    มะเขือเทศ 6 ลูก 4.0
    แอ๊ปเปิ้ล 1 ผล 3.2
    แครอท 1 หัวเล้ก 2.3
    กล้วยน้ำว้า 1 ผล 2.3
    ถั่วฝักยาว 100 กรัม 1.9
    สับประรด ¼ ผล 1.8
    สตรอว์เบอร์รี่ 6 ผล 1.7
    กวางตุ้ง 100 กรัม 1.6
    ส้ม 1 ผล 1.3
    ใบกระเพราะ 100 กรัม 1.3
    ผักสลัด (“ฮโครโปนิก)100 กรัม 0.6

    2. อาหารไขมันต่ำ

    ร่างกายต้องการไขมันเพียงร้อยละ 30 ของพลังงานทั้งหมดในแต่ละวัน  เมื่อเทียบสัดส่วนก็ประมาณ 2 – 3  ส่วน  หรือเทียบเท่ากับน้ำมันพืช 2 – 3 ช้อนช้าเท่านั้น

    ดังนั้นช้างควบคุมน้ำหนักควรเน้นเลือกรับประทานอาหารที่มีไขมันต่ำ  เนื้อสัตว์ไขมันต่ำ  และของว่างอื่นๆ  เช่น  นมถั่วเหลือง  ยาคูลท์  ไอศกรีมเวอร์เบต  เยลลี่ผสมบุก เป็นต้น

    ตารางเปรียบเทียบปริมาณอาหารและไขมัน

    ประเภทอาหาร ไขมัน (กรัม)
    แครกเกอร์โฮลวีต 50 กรัม 6.0
    ดาร์กซ้อกโกแลต 20 กรัม 6.0
    ไข่ไก่ 1 ฟอง 5.0
    เนยถั่ว 1 ช้อนชา 3.0
    มาร์การีนไขมันต่ำ 1 ช้อนชา 2.5
    อกไก่ 1 ขีด 2.4
    น้ำสลัดโชยุ 1 ช้อนโต๊ะ 2.4
    ขนมปังโฮวีต 1 แผ่น 2.0
    น้ำสลัดอิตาเลียน 1 ช้อนโต๊ะ 2.0
    เต้าหู้ 1 แผ่น 1.6
    ปูอัด 1 ขีด 1.0
    เนื้อปลา 1 ขีด 0.4
    กุ้ง 1 ขีด 0.1

    3. อาหารพลังงานต่ำ

    ปกติเราควรรับประทานอาหารที่ให้พลังงานโดยเฉลี่ยวันละประมาณ 1,800 – 2,000 กิโลแคลอรี  โดยแบ่งวสัดส่วนเป็นคาร์โบไฮเดรต  โปรตีน  ไขมัน  ซึ่งเราสามารถเลือกซื้ออาหารเตรียมไว้ทั้งของแห้ง  เครื่องปรุง  และขนมได้ดังนี้

    ตารางเปรียบเทียบปริมาณอาหารและพลังงาน

    ประเภทอาหาร กิโลแคลอรี่ (Kcal)
    ถั่วลิสงอบแห้ง 30 กรัม 180
    พิสตาชิโอ 30 กรัม 170
    อัลมอนด์ 30 กรัม 170
    วุ้นเส้น 30 กรัม 110
    ปลาทูน่าในน้ำเกลือ 100 กรัม 105
    ซีเรียลไฮไฟเบอร์ 1 ถ้วย 100
    ข้าวซ้อมมือ ½ ถ้วย 90
    พาวเวอร์บาร์ 1 ชิ้น 90
    ลูกเกด 2 ช้อนโต๊ะ 85
    ลูกพรุนแห้ง 2 – 3 เม็ด 50
    น้ำมันมะกอก 1 ช้อนชา 45
    น้ำพริกปลาย่าง 1 ช้อนโต๊ะ 30 – 40
    น้ำพริกกุ้งเสียบ 1 ช้อนโต๊ะ 30 – 40
    น้ำตาลทรายแดง 1 ช้อนชา 20
    มายองเนสชนิดไม่มีเคสเตอรอลหรือไขมัน 0 %  1ช้อนชา 20
    ซอสมะเขือเทศ 1 ช้อนโต๊ะ 8.5
    สาหร่ายอบแห้ง 5 แผ่นเล็ก 5
    เม็ดแมงลัก 1 ช้อนชา 0.5

    หลังจากเตรียมเสบียงแล้ว  มาดูตัวอย่างรายการอาหารที่คุณสามารถเลือกปรุงและรับประทานในช่วงควบคุมน้ำหนักได้ดังนี้

    อาหารเช้า  มีให้เลือกดังนี้

    - ขนมปังโฮวีต 2 แผ่น  ทาแยมหรือมาร์การีนไขมัน 1 ช้อนชา / แผ่น

    - ซีเรียลไฮไฟเบอร์ 1 ถ้วยกับนมสดไขมัน 0 เปอร์เซ็นต์ และกล้วยน้ำว้า 1 ผล

    - แซนดืวิชทูน่า 1 คู่กับนมถั่วเหลือง

    - ข้าวช้อมมือ 2 ทัพพี  ผัดบรอกโคลีกุ้งสด

    อาหารกลางวัน  มีให้เลือกดังนี้

    - ข้าวซ้อมมือ 1 ทัพพี  ผัดกระเพราไก่ใส่ถั่วฝักยาวและไข่ต้ม

    - ข้าวซ้อมมือ 1 ทัพพี  ต้มยำใสใส่ปลาและเห็ด

    - สปาเกตตีซอสไก่ใส่ผักขม

    - ข้าวคลุกน้ำพริกกุ้งเสียบ  ไขต้ม  และผัดผักกวางตุ้ง

    อาหารเย็น  มีให้เลือกดังนี้

    - ยำวุ้นเส้นกุ้งสด

    - ต้มจับฉ่ายใส่เต้าหู้

    - น้ำพริกปลาย่าง  ผักต้ม  และไข่ต้ม

    - สลัดปูอัด  น้ำสลัดโชยุ

    - สลัดผลไม้ใส่โยเกิร์ตโรยเม็ดแมงลัก

     


  7. ง่ายๆ กับการล้างระบบเพื่อฟื้นฟูสุขภาพ

    September 9, 2011 by ClubzD

    ปัจจุบันดูเหมือนว่าเรื่องของการดีทอกซ์จะกลายเป็นเรื่องที่เริ่มเป็นที่รู้จักมากขึ้น บ้างก็ว่าดี บ้างก็ไม่เชื่อในหลักการ

    สิ่งแรกที่ควรจะต้องทำความเข้าใจ คือ โดยปกติร่างกายมีระบบหลักที่ทำหน้าที่ขจัดสิ่งสกปรกและสารพิษออกจากร่างกายอยู่แล้ว เพียงแต่สภาพสิ่งแวดล้อม อาหาร และการใช้ชีวิตที่เปลี่ยนไป อาจมีผลทำให้ระบบต่างๆ ทำงานหนักและลดประสิทธิภาพลง

    ระบบหลักของร่างกายที่ทำหน้าที่กำจัดสารพิษ ได้แก่ ปอด ตับ ไต ลำไส้ และผิวหนัง หากระบบต่างๆ เหล่านี้ทำงาน คุณจะแข็งแรง สุขภาพดี ผิวพรรณสดใสอยู่เป็นนิจ แต่ในขณะเดียวกันหากระบบเหล่านี้กำจัดสารพิษออกจากร่างกายได้ไม่ดี โรคภัยก็จะเริ่มถามหา

    มีหลักใหญ่อยู่ 3 ข้อเป็นตัวกำหนดการทำงานของระบบกำจัดสารพิษเหล่านี้

    ข้อแรก คุณภาพของอากาศที่คุณสูดเข้าสู่ร่างกาย น้ำที่คุณดื่ม และอาหารที่คุณรับประทาน ถ้าสิ่งต่างๆ ที่คุณรับเข้าสู่ร่างกายปนเปื้อนไปด้วยสารเคมี เช่น ยาฆ่าแมลง ควันพิษ คลอรีน นั่นหมายถึงคุณทำให้ระบบเหล่านี้ต้องทำงานหนัก (สำหรับคนเมืองคุณอาจสอบตกตั้งแต่ข้อแรกนี้)

    ข้อสอง เกี่ยวกับปริมาณและคุณค่าของอาหารที่คุณรับประทาน ระบบเหล่านี้จะทำงานได้ดีที่สุดเมื่อคุณรับประทานอาหารสด และในปริมาณที่ไม่มากจนเกินไป

    สุดท้าย เป็นเรื่องที่สากลที่สุดสำหรับการรักษาสุขภาพ ใช่แล้ว การออกกำลังกาย ยิ่งออกกำลังมากเท่าไหร่ ระบบภายในก็ยิ่งทำงานได้ดีมากขึ้นเท่านั้น

    แค่การดูแลและติตัวง่ายๆ ตามหลักสามข้อข้างต้น ก็ช่วยร่างกายกำจัดสารพิษได้ง่ายขึ้น นอกจากนี้ยังมีหลักวิธีปฏิบัติง่ายๆ ไม่แพ้กันที่คุณสามารถทำตาม เพื่อช่วยให้ในแต่ละระบบทำงานได้เต็มประสิทธิภาพมากขึ้น ได้แก่

    1.ฝึกการหายใจที่ลึกและถูกวิธี เพื่อฟื้นฟูระบบการทำงานของปอด ในกรณีนี้โยคะหรือชี่กงช่วยคุณได้

    2.รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อตับ เช่น ไฟเบอร์สูง ไขมันต่ำ น้ำตาลต่ำ ในแต่ละวัน พยายามเลือกรับประทานอาหารที่อุดมไปด้วยวิตามินซี อี เหล็ก และซีลีเนียม สารอาหารเหล่านี้จะช่วยป้องกันตับจากการทำลายของอนุมูลอิสระ

    3.ดื่มน้ำผักชีฝรั่งหรือน้ำขึ้นฉ่าย ช่วยฟื้นฟูระบบการทำงานของไต

    4.อย่าลืมขัดผิวให้สะอาดทุกครั้งเวลาอาบน้ำ ผิวที่สะอาดจะช่วยให้การกำจัดสารพิษทางผิวหนังผ่านเหงื่อเป็นไปโดยง่ายขึ้น

    5.ลองหาวิธีการล้างพิษลำไส้ใหญ่อย่างง่ายๆ ดู ไม่ว่าจะเป็นการรับประทานสมุนไพร ดื่มน้ำสะอาด หรือวิธีทันสมัยอย่างการสวนล้างลำไส้

    6.อย่าได้ขาดผัก ผลไม้ ในแต่ละมื้ออาหาร

    7.ลองศึกษาวิธีการอดอาหาร (Fasting) จากเอกสารที่เชื่อถือได้ เพื่อช่วยร่างกายในการพักและฟื้นฟูระบบ

    สำหรับผู้ที่กำลังเริ่มต้น ขอแนะนำให้คุณเริ่มที่การศึกษาวิธีการปรับเปลี่ยนนิสัยการรับประทานอาหาร และอาหารชนิดใดที่เอื้ออำนวยต่อการกำจัดสารพิษในระบบต่างๆ ค่อยๆ เป็นค่อยๆ ไป ทีละเล็กทีละน้อย หากคุณทำได้ตามนี้ก็อย่าแปลกใจ หากพบว่าสุขภาพร่างกายและจิตใจดีขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อ