RSS Feed

November, 2011

  1. แทงหวย ผลหวยออนไลน์

    November 13, 2011 by ClubzD

    เล่นหวย แทงหวยออนไลน์ กับ CLO88 ใหม่ล่าสุดที่เราอยากขอแนะนำท่านสมาชิกที่ชอบเสี่ยงดวงแทงหวยออนไลน์วันนี้ท่านสามารถแทงหวยผ่านหน้า Website ได้แล้ว ไม่ต้องกลัวการโดนโกง เพราะเราเปิดบริการท่านสมาชิกมานานการันตรีได้จากชื่อเสียงและความเชื่อถือด้วยฐานลูกค้า เล่นหวยออนไลน์วันนี้ไม่ยากอย่างที่คิด เพียงท่านสมัครสามาชิกกับเราท่านจะได้รับ user เข้าเล่นผ่านหน้า website ได้ทันที เราให้ราคาหวยสูง ทั้ง 3 ตัว 2 ตัว เลขวิ่ง 19 ประตู ไม่มีอัตราการแทงขั่นต่ำ แถมยังมีส่วนลดพิเศษให้ท่านอีก ระบบจะทำการลดจากยอดการแทงหวยของท่านเป็น % ทันที ท่านสมาชิกสามารถตรวจผลการแทงหวยของท่านผ่านหน้า user ของท่านหรือจะปริ้นเพื่อเก็บไว้ดูหรือเข้าเช็คการแทงของท่านได้ทุกเมื่อผ่านหน้า User ของท่าน หรือหากต้องการยกเลิกการแทงหวยตัวเลขนั้น ๆ ก็ทำได้ง่ายดายด้วยตัวท่านเอง เมื่อผลหวย ผลฉลากกินแบ่งรัฐบาลออกระบบจะแจ้งผลการได้เสียของท่านผ่านหน้า user ของท่านทันที แทงหวยถูกโทรแจ้งถอนเงินกับเราได้ทันทีไม่เกิน 10 นาทีพนักงานของเราจะโอนเงินเข้าบัญชีท่านทันที หมดปัญหา หมดห่วงกับระบบเดิม ๆ แถมเรายังปิดรับแทงหวย 15:20 น. ทำให้ท่านไม่พลาดโอกาสที่ควรจะได้ สมัครเล่นกับเราได้แล้ววันนี้กับ Sanookbet.com เรายินดีบริการท่านสมาชิกโดยทีมงานมืออาชีพ ตลอด 24 ชม.
    More Info : หวย เล่นหวย แทงหวยออนไลน์


  2. ทำน้ำร้อนจากเครื่องปรับอากาศโดย Heat Pump

    November 12, 2011 by ClubzD

    ก่อนอื่นมาทำความรู้จักกับฮีตท์ปั๊มกันนะครับว่ามันคืออะไร ที่จริงแล้วฮีตท์ปั๊มคือปั๊มน้ำที่ใช้สูบน้ำจากเครื่องทำน้ำร้อนไปจ่ายยังส่วนใช้สอยต่างๆที่ต้องการใช้น้ำร้อนภายในอาคาร มักใช้งานในอาคารขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ แต่เมื่อต้องการใช้น้ำร้อนในอาคารขนาดเล็ก เช่น บ้านพักอาศัย อาคารสำนักงาน ฯลฯ เรามักนึกถึงเครื่องน้ำร้อนขนาดเล็กหรือฮีตท์เตอร์ชนิดต่างๆ  แต่ที่เราจะพูดถึงวันนี้ก็คือเครื่องทำน้ำร้อนจากเครื่องปรับอากาศ หรือชื่ออื่นที่มักเรียกต่างกันไป เช่น Heat recovery water heater, Heater recovery, Heat pump water heater แต่ด้วยความเคยชินปากกับเครื่องทำน้ำร้อน สิ่งนี้จึงถูกเรียกจากคนในวงการว่า”Heat pump” ถือว่าเข้าใจกัน

     

     

    หลักการทำงานของเครื่องทำน้ำร้อนจากเครื่องปรับอากาศก็คือ นำความร้อนที่เหลือทิ้งจากการกระบวนการควบแน่นสารทำความเย็น(Condensation)ของเครื่องปรับอากาศที่มีแรงดัน และอุณหภูมิสูงมาแลกเปลี่ยนความร้อนกับน้ำในถังแรงดันที่มีน้ำไหลผ่าน เมื่อเกิดการแลกเปลี่ยนความร้อนกัน น้ำจะมีอุณหภูมิสูงขึ้น และนำไปใช้งานได้ น้ำยาแอร์หรือสารทำความเย็นก็จะมีอุณหภูมิลดลงก่อนกลับไปยังระบบวงจรน้ำยาแอร์ เมื่ออุณหภูมิน้ำยาแอร์ลดลงการทำงานของชุดระบายความร้อน(Condensing unit)ก็ทำงานน้อยลง คอมเพรสเซอร์ทำงานน้อยลง เราก็จะได้น้ำร้อนใช้ฟรีๆโดยไม่ต้องเสียค่าไฟ แถมยังได้ประหยัดพลังงานจากการทำงานที่น้อยลงและมีประสิทธิภาพดีขึ้นของเครื่องปรับอากาศที่บ้านคุณ

     

     

    อย่างไรก็ตามความนิยมเรื่องการทำน้ำร้อนจากความร้อนเหลือทิ้งจากเครื่องปรับอากาศยังคงน้อยอยู่ แต่เทคโนโลยีนี้ได้รับการทดสอบใช้งานจริงมาแล้ว และเชื่อขนมยายกินได้เลยว่า ความนิยมของฮีตท์ปั๊มจะเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน และหลายคนคงสงสัยว่าน้ำร้อนจะได้ก็ต่อเมื่อเปิดเครื่องปรับอากาศใช่ไหม? ตอบว่าใช่ครับ แต่เมื่อคุณไม่ได้เปิดเครื่องปรับอากาศเป็นเวลานานๆ คุณสามารถใช้ตัวช่วยเสริมที่เป็นฮีตท์เตอร์ไฟฟ้าสำรอง เมื่อคราวที่คุณไม่ได้เปิดใช้เครื่องปรับอากาศ ค่าใช้จ่ายส่วนนี้ไม่แพงอย่างที่คุณคิดแน่ครับ สามารถใช้ทดแทนได้เลย วันนี้มีเทคโนโลยีที่ช่วยลดโลกร้อนได้อีกทางหนึ่งก็น่าสนับสนุนสงเสริมให้เกิดการนำไปใช้กันนะครับ

     


  3. เตือนหลังน้ำลด ต้นหนาว เฝ้าระวังไข้หวัดใหญ่

    November 9, 2011 by ClubzD

    เตือนหลังน้ำลด ต้นหนาว เฝ้าระวังไข้หวัดใหญ่

    ไข้หวัดใหญ่

    เตือนหลังน้ำลดต้นหนาวประชาชนควรเคร่งครัด ป้องกันตนเองและบุตรหลานจากโรคไข้หวัดใหญ่ (กรมควบคุมโรคที่ 9 พิษณุโลก)

    เภสัชกรเชิดเกียรติ แกล้วกสิกิจ หัวหน้ากลุ่มสื่อสารความเสี่ยงและพัฒนาพฤติกรรมสุขภาพ สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 9 พิษณุโลก กรมควบคุมโรค เผยว่า จากรายงานเฝ้าระวังพิเศษโรคของโรงพยาบาลต่าง ๆ ทั่วประเทศ ในช่วงอุทกภัยและต้นฤดูหนาวบางพื้นที่ ตั้งแต่วันที่ 5-19 ตุลาคม 2554 จำนวน 33 จังหวัด 232 อำเภอ พบอัตราป่วยของประชาชนอันดับสี่ คือ โรคไข้หวัดใหญ่ ( อัตราป่วย 1.18 ต่อประชากรแสนคน )

    โรคนี้เกิดจากเชื้อไวรัสและเชื้อแบคทีเรีย โดยเชื้อจะฟุ้งกระจายอยู่ในอากาศ เมื่อสูดลมหายใจเอาเชื้อเข้าไป เชื้อโรคจะไปเจริญอยู่ในลำคอและเยื่อบุทางเดินหายใจของผู้ป่วย ส่งผลให้ผู้ป่วยจะมีอาการตัวร้อน มีไข้สูง 38-40 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 3-4 วัน ปวดศีรษะมาก หนาวสั่น ปวดเมื่อยตามเนื้อตัว  น้ำมูลไหล คัดจมูก ไอ จาม เจ็บคอ เบื่ออาหาร อ่อนเพลีย อาการจะค่อย ๆ ดีขึ้นภายใน 5 – 7 วัน ผู้ที่กำลังป่วยด้วยไข้หวัดใหญ่ ไม่ควรออกกำลังกายหรือทำงานหนัก เนื่องจากอาจทำให้อาการทรุดลงจากการติดเชื้อลุกลามไปที่ปอดได้

    การติดต่อของโรคไข้หวัดใหญ่สามารถติดต่อได้ง่าย โดยการหายใจเอาเชื้อโรคที่ฟุ้งกระจายอยู่ในอากาศเข้าไป การสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วยที่มีอาการไอ จาม ละอองน้ำมูก เสมหะ และหายใจรดกัน  การใช้สิ่งของต่างๆ ร่วมกับผู้ป่วย การนำมือที่สัมผัสเชื้อจากผู้ป่วยและสิ่งแวดล้อมต่าง ๆ มาขยี้ตา จับต้องจมูก ปาก ประกอบกับการที่มีสภาวะอากาศอับชื้นและหนาวเย็น ทำให้ร่างกายมีภูมิต้านทานโรคต่ำลง จึงมีโอกาสติดโรคไข้หวัดใหญ่ได้ง่าย

    การป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ทำได้โดย การล้างมือบ่อย ๆ จนเป็นนิสัย ก่อนกินอาหาร ก่อนและหลังเตรียมหรือปรุงอาการ หลังการขับถ่าย หลังหยิบจับสิ่งสกปรก หลังสัมผัสผู้ป่วยหรือสัมผัสสัตว์เลี้ยง และทุกครั้งที่กลับจากนอกบ้าน หลีกเลี่ยงการใช้มือที่ไม่ได้ล้างสัมผัสบริเวณใบหน้าโดยเฉพาะตา จมูก ปาก หลีกเลี่ยงการอยู่ใกล้ชิดผู้ป่วยและอยู่ในสถานที่มีคนอยู่แออัด อากาศถ่ายเทไม่สะดวก และการฉีดวัคซีนป้องกันตามคำแนะนำของของกระทรวงสาธารณสุข

    เภสัชกรเชิดเกียรติ กล่าวแนะนำประชาชนในการปฏิบัติตัวให้ปลอดภัยจากโรคไข้หวัดใหญ่ ดังนี้

    1.ใช้ผ้าสะอาดปิดปาก ปิดจมูก เวลาไอ จาม และสวมหน้ากากอนามัยเพื่อป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อโรค และใช้ผ้าสะอาดหรือทิชชูนุ่ม ๆ เช็ดน้ำมูก ไม่ควรสั่งน้ำมูกแรงๆ จะทำให้เกิดอักเสบในหูได้

    2.เช็ดตัวด้วยน้ำอุ่นแทนการอาบน้ำ แล้วเช็ดตัวให้แห้งทันที ไม่ควรอาบน้ำเย็น จะทำให้เกิดโรคแทรกซ้อนเป็นปอดบวมได้

    3.กินอาหารอ่อนที่ย่อยง่าย มีประโยชน์ต่อร่างกาย และดื่มน้ำสะอาด เช่น น้ำต้มสุกอุ่น ๆ บ่อย ๆ ใส่เสื้อให้ร่างกายอบอุ่นอยู่เสมอ และนอนพักผ่อนให้เพียงพอ

    4.ล้างมือให้เป็นนิสัย

    5.หากมีไข้สูงนานเกิน 7 วัน เจ็บหน้าอก หรือมีอาการผิดปกติอื่น ๆ รวมทั้งผู้ป่วยที่มีไข้สูงและมีประวัติการสัมผัสสัตว์ปีก ควรรีบไปพบแพทย์ หรือเจ้าหน้าที่สาธารณสุข และแจ้งให้ทราบเกี่ยวกับข้อมูลการสัมผัสสัตว์ปีก เพราะอาจได้รับเชื้อไข้หวัดนกได้

    แต่หากมีอาการป่วยรุนแรง เช่น มีไข้สูงและไม่ลดลงภายใน 2 วัน  มีอาการไอมาก เจ็บหน้าอก หายใจถี่ หอบ เหนื่อย ซึม ในเด็กเล็กอาจทำให้เด็กร้องไห้งอแงมาก กินอาหารไม่ได้หรือกินได้น้อยมาก อาเจียน ท้องเสีย ขอให้รีบพาไปสถานบริการสาธารณสุขใกล้เคียงทันที หากมีข้อสงสัยสามารถติดต่อได้ที่ศูนย์บริการสายด่วน กระทรวงสาธารณสุข โทรศัพท์ 1422 และศูนย์ปฏิบัติการกรมควบคุมโรค โทรศัพท์ 0 2590 3333 ตลอด 24 ชั่วโมง

     


  4. พริกขี้หนูสดลดระดับน้ำตาลในเลือด

    November 8, 2011 by ClubzD

    พริกขี้หนูสดลดระดับน้ำตาลในเลือด


    Capsaicin ในพริกขี้หนู ซึ่งทำให้เกิดความเผ็ดร้อน สามารถนำไปใช้ประโยชน์ทางยา เชื่อกันว่ามีส่วนช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด

    รศ.สุพีชา วิทยเลิศปัญญา ภาควิชาเภสัชวิทยา คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ศึกษาวิจัยเรื่อง “เภสัชจลนศาสตร์ของสาร Capsaicin ในพริกขี้หนูสด และฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาของพริกขี้หนูสดต่อน้ำตาลในเลือดในอาสาสมัครสุขภาพดี” เพื่อพิสูจน์สรรพคุณของสาร Capsaicin ในพริกขี้หนูว่าสามารถลดระดับน้ำตาลในเลือดได้หรือไม่

    Capsaicin ว่าพบมากที่สุดบริเวณรกของพริกขี้หนู วิธีในการวิจัยระยะแรกจะศึกษานำร่องในอาสาสมัครจำนวน 2 ราย เพื่อพิสูจน์ปริมาณที่เหมาะสมของสาร Capsaicin ในพริกขี้หนูที่มีผลทำให้ระดับน้ำตาลลดลง

    การวิจัยเลือกใช้พริกขี้หนูขนาด 5 กรัม ผลปรากฏว่าสามารถลดระดับน้ำตาลในเลือดลงได้อย่างเห็นได้ชัด จากนั้นจึงทดลองในอาสาสมัครจำนวนเพิ่มมากขึ้นเป็น 12 ราย

    อาสาสมัครกลุ่มหนึ่งรับประทานพริกขี้หนูบรรจุในแคปซูลพร้อมกับน้ำตาลความเข้มข้น สูง อาสาสมัครอีกกลุ่มหนึ่งรับประทานแคปซูลเปล่า เพื่อเปรียบเทียบผลระหว่างอาสาสมัครทั้งสองกลุ่ม จากนั้นจึงวัดระดับน้ำตาลในเลือดทุก 15 นาที ตั้งแต่เริ่มรับประทานยาเป็นเวลา 2 ชั่วโมง ผลปรากฏว่าระดับน้ำตาลในเลือดลดลงอย่างเห็นได้ชัดในนาทีที่ 30 เป็นต้นไป

    กลุ่มที่รับประทานพริกขี้หนูสดมีระดับน้ำตาลลดลงมากกว่ากลุ่มที่รับประทานแคปซูลเปล่า และมีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ

    นอกจากนี้ จากการวิจัยโดยให้กลุ่มอาสาสมัครที่รับประทานแคปซูลเปล่ามารับประทานพริกขี้ หนูสด และเจาะเลือดวัดระดับอินซูลิน รวมทั้งวัดระดับ Capsaicin ใน เลือดของอาสาสมัครกลุ่มที่รับประทานพริกขี้หนูสดที่บรรจุในแคปซูล ผลปรากฏว่าระดับอินซูลินในกลุ่มอาสาสมัครที่รับประทานพริกขี้หนูสดอยู่ใน ระดับคงที่ ส่วนกลุ่มที่ไม่ได้รับประทานพริกขี้หนูสดมีระดับอินซูลินลดลง

    แสดงให้เห็นว่า Capsaicin จาก พริกขี้หนูสดสามารถดูดซึมเข้าสู่ร่างกายได้ ผลการวิจัยสรุปได้ว่าพริกขี้หนูสดขนาด 5 กรัมมีคุณสมบัติในการลดระดับน้ำตาลในเลือดได้ และสามารถกระตุ้นการหลั่งอินซูลินได้ ผลที่ได้น่าจะมาจากการที่ Capsaicin เข้าสู่ร่างกายและออกฤทธิ์กระตุ้นการหลั่งอินซูลินนั่นเอง
     
    รศ.สุพีชา กล่าวเสริมว่า นอกจากพริกขี้หนูสดแล้วยังมีสมุนไพรชนิดอื่น เช่น ใบหม่อน มะระขี้นก ฯลฯ ที่มีผลต่อการลดระดับน้ำตาลในเลือด ซึ่งจะต้องทำการศึกษาวิจัยต่อไป เพื่อใช้สมุนไพรดังกล่าวเสริมกับการรับประทานยาแผนปัจจุบัน สำหรับงานวิจัยที่จะทำต่อไปในอนาคตจะศึกษาวิจัยเพิ่มเติมในกลุ่มผู้ป่วยเบาหวานต่อไป

     


  5. ไขมัน ไม่ได้สะสมอยู่ในคนอ้วนเท่านั้น

    November 4, 2011 by ClubzD

    คุณอาจมีระดับไขมันสูงได้ แม้จะมีรูปร่างผอมบาง

    แพทย์ทำการสแกนร่างกายผู้ที่มีรูปร่างผอมบางโดยใช้เครื่อง MRI แต่กลับพบว่ามีระดับไขมันบริเวณรอบหัวใจ ตับ ไต และตับอ่อน ซึ่งเรียกว่า skinny-fats

    ไขมันที่เราสามารถมองเห็นได้จากคนอ้วน คือไขมันใต้ชั้นผิวหนัง ซึ่งมีอันตรายน้อยกว่า ดร.รอน เมคคอย จาก Royal College ประเทศออสเตรเลีย กล่าวว่า “ไขมันที่เราไม่สามารถมองเห็นได้ ซึ่งสะสมอยู่โดยรอบบริเวณอวัยวะที่สำคัญของร่างกาย”

    “ไขมันภายในร่างกายจะถูกเผาผลาญโดยตับ ซึ่งจะเปลี่ยนไขมันไปอยู่ในรูปคลอเรสเตอรอล คลอเรสเตอรอลนี้จะถูกเก็บสะสมอยู่ในเลือด เมื่อมีการสะสมอยู่ในเส้นเลือดมากขึ้น จะทำให้เกิดโรคหัวใจ และความดันโลหิตสูง”

    “นอกจากนี้ ไขมันในร่างกายที่เราไม่สามารถมองเห็นได้ จะกระตุ้นให้มีการผลิตฮอร์โมน และโปรตีนมากกว่าไขมันใต้ชั้นผิวหนัง ซึ่งฮอร์โมนและโปรตีนนี้ มีผลต่อระดับน้ำตาล และนำไปสู่การเกิดโรคเบาหวานชนิดที่ 2 และปัญหาสุขภาพอื่น ๆ ตามมา”

    ทำไมจึงมีการสะสมของไขมันในร่างกาย ?

    ที่สำคัญที่สุดเนื่องมาจากการขาดการออกกำลังกาย ทำให้ไม่มีการเผาผลาญไขมัน จึงมีการสะสมของไขมันบริเวณอวัยวะต่าง ๆ นอกจากนั้น เกิดจากการรับประทานอาหารที่มีไขมันอิ่มตัวสูง เช่น เนย ชีส และขนมปัง เป็นต้น


  6. สุขภาพดี… คุณสร้างได้

    November 3, 2011 by ClubzD

    การมีสุขภาพที่ดีนั้น จำเป็นต้องใช้เวลาและความสม่ำเสมอ ใครที่คิดว่า แค่ทานผลไม้ลูกเดียว แล้วผิวพรรณจะดี ขับถ่ายคล่องทันตาเห็นล่ะก็ คิดผิดแล้วล่ะ ไม่มีใครจะช่วยคุณดูแลสุขภาพได้ดีเท่าตัวคุณเอง ถ้าใครยังไม่ได้เริ่มใส่ใจสุขภาพ เรามีเคล็ดลับการสร้างสุขภาพที่ดีมากฝากค่ะ

    สุขภาพดี สร้างได้จากน้ำ
    การดื่มน้ำเยอะๆ ไม่ได้ให้ทำร่างกายสดชื่น มีสุขภาพผิวดีเท่านั้น การดื่มน้ำในปริมาณมากหรืออย่างน้อยวันละไม่ต่ำกว่า 8 แก้ว สามารถช่วยให้การขับถ่ายดีขึ้น หลีกเลี่ยงการเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่และมะเร็งในกระเพาะปัสสาวะได้ นอกจากการดื่มน้ำสะอาด การดื่มน้ำผลไม้ หรือน้ำชา ก็มีคุณประโยชน์ต่อสุขภาพเช่นเดียวกัน โดยเฉพาะน้ำชา จะช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของแบคทีเรียในช่องปาก ควรดื่มชาหลังอาหารทุกมื้อเพื่อป้องกันโรคเหงือก

    สุขภาพดี สร้างได้จากอาหาร
    พื้นฐานการมีสุขภาดี ควรเริ่มต้นจากอาหาร ด้วยการงดทานอาหารประเภทไขมันหรือที่มีคอเลสเตอรอลสูงปรี๊ด จำพวก ข้าวขาหมู เนื้อสัตว์ติดมัน ใครที่โปรดปรานเมนูเด็ดเหล่านี้ ต้องบอกลาแล้วค่ะ เพราะเป็นบ่อเกิดของโรคอ้วน แต่ไขมันบางชนิดก็จำเป็นต่อการดูดซึมวิตามินเอ ดี อี เค ถ้าร่างกายขาด อาจจะทำให้รู้สึกอ่อนเพลียได้ โดยเลือกรับประทานอาหารที่มีไขมันชนิดไม่อิ่มตัว อย่างไขมันโอเมก้า 3 จากเนื้อปลา อาจเลือกรับประทานจากบรรดาเมนูปลาทั้งหลาย ซึ่งไม่เพียงให้พลังงาน ยังช่วยป้องกันโรคมะเร็ง โรคหัวใจ และทำให้ความจำดีด้วย

    นอกจากการเลือกทานไขมันบางประเภทแล้ว ผักและผลไม้ก็เป็นสิ่งสำคัญที่ละเลยไม่ได้ ควรมีเก็บไว้ในตู้เย็น และทานเป็นประจำ ช่วยให้ระบบขับถ่ายดีขึ้นและลดความเสี่ยงการเป็นมะเร็งลำไส้

    สุขภาพดี สร้างได้จากการออกกำลังกาย
    ไม่จำเป็นเสมอไปว่า เราต้องออกกำลังกายในฟิตเนสหรือการโหมออกกำลังแบบหนักหน่วง เพียงแค่คุณเดินเร็วๆ หรือเดินขึ้นลงบันไดวันละ 20 นาที ก็ถือว่าเป็นการออกกำลังกายที่ดีต่อสุขภาพ โดยอาศัยช่วงเวลาในชีวิตประจำวัน เช่น การเดินไปทำงานหรือหลังเลิกงาน การออกกำลังกายเป็นประจำ ช่วยกระตุ้นการหมุนเวียนของเลือด บริหารหลอดเลือดของหัวใจ ยังช่วยรักษารูปร่างอีกด้วย

    สุขภาพดี สร้างได้จากการพักผ่อน
    ไม่ว่าจะเป็นการนอนหลับ อ่านหนังสือ ดูหนัง ฟังเพลง ล้วนแต่เป็นการพักผ่อนที่ดีทั้งสิ้น ใน 24 ชั่วโมง คุณควรให้ความสำคัญแก่การพักผ่อนอย่างน้อย 10 ชั่วโมง นอนให้ได้อย่างน้อยวันละ 6 ชั่วโมง และกิจกรรมอื่นที่คุณชื่นชอบ งานอดิเรก หรือจะปล่อยใจว่างๆ ด้วยการนั่งสมาธิ จะทำให้จิตใจสงบมากขึ้น เพราะการมีสุขภาพกายที่ดี ต้องเริ่มต้นจากการมีสุขภาพใจที่ดี

    เห็นไหมคะว่าการมีสุขภาพดี ไม่ใช่เรื่องยาก เพียงแค่ต้องอาศัยการบริหารเวลา และการใช้ชีวิตในทุกๆ ด้านให้สมดุลแค่นั้นเองค่ะ…


  7. บอกลา…อาการหวัด

    November 2, 2011 by ClubzD

    บอกลา…อาการหวัด

    “กำจัด หวัดตัวร้าย”

    จากหน้าร้อนย่างเข้าสู่หน้าฝน หลายคนที่ไม่ค่อยแข็งแรง ไม่ค่อยมีเวลาออกกำลังกาย 

    ขาดการพักผ่อนอย่างเพียงพอ อาจจะถูกหวัดเล่นงานจนงอมได้ง่าย

     

    วันนี้เรามี สารพัดสมุนไพร มากำจัด เจ้าหวัดตัวร้าย!! เริ่มจาก

    กระเทียม ที่สามารถกินกันสด ๆ ได้เลย แต่ถ้าไม่ถนัดก็ลองปอกกระเทียม สัก 2 ขีด

    บดให้ละเอียด ใส่ในโหลปากกว้างแล้วเติมน้ำมันมะกอกให้เต็ม ปิดปากโหลให้สนิท นำโหล

    ไปตากแดดไว้สัก 3 วัน เขย่าบ่อย ๆ ทุกวัน แล้วกรองเอาแต่น้ำมัน กินครั้งละ 1 ช้อนชา

    ทุกชั่วโมงเพื่อแก้หวัด

    มะขามป้อม ลองเคี้ยวมะขามป้อมกับเกลือนิดหน่อย หรือนำไปหมกหรือย่างไฟก่อนเคี้ยว

    กลืนทีละน้อยหรือผสมน้ำมะขามป้อมกับน้ำผึ้งอย่างละ 1 ส่วนเข้าด้วยกัน กินครั้งละ 1 ช้อนชา

    วันละ 2-3 ครั้ง นอกจากช่วยแก้ไอแล้ว มะขามป้อมยังมีวิตามินซีสูงกว่าส้มหรือฝรั่งด้วยนะ

    “วิธีอื่นๆ”

    แต่ถ้าใคร เจ็บคอ ก็ลองกลั้วคอด้วยน้ำเกลืออุ่น ๆ วันละ 2-3 ครั้ง หรือลองใช้ มะนาว 1 ซีก 

    บีบลงในถ้วยเล็ก ๆ เติมเกลือป่นลงไป 1 ช้อนชา น้ำสุก 1 ช้อนโต๊ะ คนให้เข้ากัน แล้วใช้

    จิบบ่อย ๆ เวลาไอ

     

    ถ้าต้องการ ละลายเสมหะ ซึ่งทำให้แน่นหน้าอก อึดอัด ลองผสมเกลือให้เข้ากับน้ำมะนาว

    ไม่ต้องเติมน้ำ แล้วค่อย ๆ จิบให้น้ำมะนาวไหลผ่านลำคอลงไปช้า ๆ จะรู้สึกคล่องคอขึ้น

    หากนอนไม่หลับเพราะ คัดจมูก ก่อนเข้าให้ หยอดน้ำมันยูคาลิปตัส 2-3 หยดลงในตะเกียง

    เผาน้ำมันหอม ไอระเหยของกลิ่นยูคาลิปตัสจะช่วยให้หายใจได้คล่องขึ้น หรือจะทุบหัวหอม

    แดงซัก 8-10 หัวพอแตก หย่อนลงในชามอ่างขนาดย่อมที่บรรจุน้ำร้อนอยู่ หาผ้าเช็ดตัวทำ

    เป็นกระโจมสูดลมหายใจเอาไอระเหยที่ขึ้นมา จะช่วยทำให้ลมหายใจปลอดโปร่งขึ้น

     


  8. ประโยคปรี๊ดปรอทแตกเมื่อผู้หญิงได้ฟัง

    November 1, 2011 by ClubzD

    ประโยคปรี๊ดปรอทแตกเมื่อผู้หญิงได้ฟัง


    คู่รักกันจะมีคำพูดหรือมีประโยคอะไรบ้างที่คุณควรจะระวัง เมื่อผู้หญิงได้ยินประโยคเหล่านี้เรียกได้ว่าบ้านแทบแตกหรือว่าแทบจะบอกเลิกกันเลยทีเดียว

    ประโยคเด็ดปรี๊ดแตกของคุณผู้หญิง … มีประโยคไหนตรงใจคุณๆกันบ้างหรือเปล่า

    “คุณแน่ใจเหรอว่าท้องกับผม” แทบจะคว้าปืนมายิงหรือคว้ามีดมาแทงกันเลยก็ได้ เพราะมันหมายถึงการไม่ให้เกียรติอีกฝ่ายเรื่องของความไว้วางใจและทำให้อีกฝ่ายรู้สึกเสียใจและผิดหวังกับประโยคนี้อย่างมากเลย

    “ระหว่างพ่อแม่คุณกับผมคุณจะเลือกใคร” บุพการีใคร ใครก็รักครับ แล้วทำไมถึงต้องให้เลือก เอาอะไรมาคิดถึงพูดประโยคนี้ออกมาได้ อันนี้ไม่ว่าจะเป็นหญิงหรือเป็นชายก็ไม่ควรพูดให้เลือกนะครับ ถ้าเค้าดูแลพ่อแม่เค้าดีก็หมายถึงความเค้าเป็นคนกตัญญูและแสดงให้เห็นว่าเค้าก็จะดูแลคุณได้ดีเช่นกัน ที่สำคัญถ้าเค้าเลือกพ่อแม่เค้า คุณอาจจะโดนทิ้งได้

    “ใครใช้ให้ทำให้ ทำเองได้” แล้วที่ทำให้ทั้งหมดที่ผ่านมาไม่ใช่เพราะว่ารักหรือไง ถ้าพูดอย่างนี้ ระวังหลังจากนี้จะไม่มีคนสนใจหรือทำอะไรให้อย่างจริงใจ

    “เธอดีเกินไป” ประโยคบอกเลิกที่ทำให้คนฟังรู้สึกงงงวยว่า “อ้าว ชอบคนเลวก็ไม่บอกจะได้เลวให้ดู”

    “ทำไมเธอต้องเอาแต่ใจ” เป็นการโยนความผิดให้อีกฝ่ายว่าเกิดจากความเอาแต่ใจทำให้เป็นเรื่องเป็นราว

    “เธอเปลี่ยนไป ไม่เหมือนเดิม”, “เธอไม่เคยผิดเลยใช่ไหม”, “เธอไม่เคยผิด เธอถูกตลอด” ทำให้คนฟังรู้สึกว่าความผิดทั้งหมดตกเป็นของตน

    “I never think about the future” ประโยคเด็ดสำหรับใครที่มีแฟนฝรั่ง ถ้าได้ยินประโยคนี้ปุ๊ป ขนของออกจากบ้านกันเลยทีเดียว ถ้าให้แปลเป็นภาษาไทยก็คือ “ผมไม่เคยคิดเรื่องของอนาคต” พอได้ฟังก็เหมือนกับโดนตบหน้าดังฉาดว่า แล้วที่อยู่กันทุกวันนี้คืออยู่กันไปวันๆหรือว่าต้องทนอยู่ ถ้ามันเสียเวลานักก็เลิกๆกันไปเลยดีกว่า จะได้ไปหาอนาคตของตัวเองที่อื่นได้

    “ไม่ว่าจะพูดอะไรก็ผิด งั้นไม่พูดดีกว่า” เป็นการสกัดดาวรุ่งอีกฝ่ายที่กำลังจะอ้าปากอธิบาย

    “ช่วยมีเหตุผลหน่อยได้ไหม” แต่ละคนก็เหตุผลของตนเอง ซึ่งบางครั้งเหตุผลของคนๆนึง อาจจะฟังแล้วไม่เข้าท่าในมุมมองของคนอีกคนก็เป็นได้

    “ทำเสียงจิ๊จ๊ะ (ไม่พอใจ) ใส่” ไม่มีคำพูดออกมาแต่แสดงเป็นการกระทำ ที่ให้อีกฝ่ายรู้ว่าไม่พอใจ

    “อย่าทำเรื่องเล็กให้เป็นเรื่องใหญ่ได้ไหม” ฟังแล้วกลับกลายเป็นคนเริ่มต้นเรื่องราวทั้งหมดให้ปัญหามันบานปลายใหญ่โต

    “เป็นความคิดที่เห็นแก่ตัว” ประโยคที่ทำให้อีกฝ่ายเสียใจว่าเข้าใจมุมมองหรือทัศนคติของฝ่ายหญิงผิดไป กลายเป็นว่าเธอกลับเป็นคนเห็นแก่ตัวไม่เห็นแก่คนอื่น

    มีประโยคไหนตรงกับประโยคเด็ดของแฟนคุณบ้างรึเปล่า ต้องการให้ทั้งสองฝ่าย ระมัดระวังคำพูดเวลาที่มีอารมณ์โกรธ เพราะใจคนเราก็เหมือนกับแก้ว ถ้ามันร้าวหรือว่ามันแตกแล้ว ทำอย่างไรมันก็คงไม่เหมือนเดิม คำพูดแรงๆร้ายๆที่คิดว่าจะทำให้อีกฝ่ายเจ็บช้ำน้ำใจ โดยตั้งใจหรือไม่ตั้งใจ นอกจากจะทำให้อีกฝ่ายมีตำหนิในใจที่ไม่มีทางรักษาหายได้ คุณยังไม่สามารถย้อนเวลาไปแก้ไขอะไรได้อีก

    สุดท้ายอยากให้ไตร่ตรองให้ดีก่อนที่จะพูด เวลาที่รู้สึกว่าจะทะเลาะกัน จะเริ่มพูดจาไม่ดีใส่กันต่างฝ่ายควรจะแยกกันไปตั้งสติให้อารมณ์เย็นลงก่อน หลังจากนั้นค่อยมาพูดจากันด้วยเหตุผลดีกว่า